ร่วมอำนวยความสะดวกดูแลผู้สูงอายุ

 

ร่วมอำนวยความสะดวกดูแลผู้สูงอายุ


ส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ โปรตีนจากพืช (ถั่วเหลืองและเมล็ดเจีย) ใยอาหาร คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่างๆ เพื่อให้พลังงานและสารอาหารอย่างเหมาะสมสำหรับหนึ่งมื้อ ใยอาหารเพิ่มกากในระบบทางเดินอาหารและช่วยกระตุ้นการขับถ่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมหรือลดน้ำหนัก ขนาด 714 กรัม (บรรจุกล่องละ 14 ซอง ซองละ 51 กรัม)

฿ 1,600
ราคาสมาชิก

เสริมโภชนาการในผู้สูงอายุ

ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารกลิ่นกล้วย

ส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ โปรตีนจากพืช (ถั่วเหลืองและเมล็ดเจีย) ใยอาหาร
คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่างๆ เพื่อให้พลังงานและ
สารอาหารอย่างเหมาะสมสำหรับหนึ่งมื้อ ใยอาหารเพิ่มกากในระบบทางเดินอาหาร
และช่วยกระตุ้นการขับถ่าย 
คุณค่าทางโภชนาการต่อการบริโภค 1 ซอง (51 กรัม)

พลังงานทั้งหมด     220 กิโลแคลอรี
พลังงานจากไขมัน  59 กิโลแคลอรี
ไขมัน      6.5 กรัม
โคเลสเตอรอล        0.7 มิลลิกรัม
โปรตีน    16 กรัม
คาร์โบไฮเดรต        24 กรัม
ใยอาหาร 5.5 กรัม
น้ำตาล    10 กรัม
วิตามิน 12 ชนิด ได้แก่ วิตามินเอ บี 1 บี 2 บี 6 บี 12 วิตามินซี วิตามินดี วิตามินอี ไบโอติน กรดโฟลิก กรดแพนโทธีนิก และไนอะซิน
แร่ธาตุ 9 ชนิด ได้แก่ เหล็ก แมงกานีส ฟอสฟอรัส แคลเซียม แมกนีเซียม ทองแดง สังกะสี ไอโอดีน และโซเดียม

อาหารและโภชนาการในผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุยังมีความต้องการพลังงานและสารอาหารเหมือนบุคคลวัยอื่นๆ เพียงแต่ต้องการในปริมาณที่ลดน้อยลง และต้องครบถ้วน 5 หมู่ โดยมีโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน และ เกลือแร่ในปริมาณที่พอเหมาะและครบถ้วนเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ดังนี้

  • หมู่ที่ 1 โปรตีน ประเภทเนื้อสัตว์ นม ไข่ ผู้สูงอายุต้องการสารอาหารกลุ่มนี้มากกว่ากลุ่มอื่น เพราะอาหารกลุ่มนี้จำเป็นในการซ่อมแซม ทดแทนส่วนต่างๆ ของร่างกาย ได้แก่ เนื้อสัตว์ ไก่ หมู เนื้อ ควรได้รับ 120-160 กรัมต่อวัน ถ้าจะให้ดีควรเป็นเนื้อปลา เพราะย่อยง่าย มีไขมันต่ำ ดื่มนมอย่างน้อยวันละ 250 มล. หรือ 1 แก้ว และเป็นนมพร่องมันเนย บริโภคไข่ไก่ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ฟอง สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวไขมันในเลือดสูง ควรลดจำนวนหรือเลือกทานเฉพาะไข่ขาวเท่านั้น
  • หมู่ที่ 2 คาร์โบไฮเดรต ประเภทแป้งและน้ำตาล ควรเลือกรับประทาน ข้าวกล้อง เผือก มัน ธัญพืช และผลิตภัณฑ์จากแป้งที่ผ่านการขัดสีน้อย เช่น ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน บะหมี่ มักกะโรนี ฯลฯ
  • หมู่ที่ 3 ผักต่างๆ โดยรับประทานผักหลากหลายสี ด้วยวิธีนำไปต้มหรือนึ่งให้สุกหั่นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้เคี้ยวง่าย อาทิ ผักใบเขียวปริมาณ 2 ทัพพีต่อวัน เช่น คะน้า ตำลึง ผักบุ้ง ฯลฯ ผักสีเหลือง สีส้มปริมาณ 1 ทัพพีต่อวัน เช่น ฟักทอง แครอท มะเขือเทศ เป็นต้น
  • หมู่ที่ 4 ผลไม้ต่างๆ ผู้สูงอายุสามารถรับประทานผลไม้ได้ทุกชนิด และควรรับประทานผลไม้ทุกวัน เพื่อให้ได้รับวิตามินซีและเส้นใยอาหาร เลือกรับประทานผลไม้ที่เคี้ยวง่าย เนื้อนุ่ม เช่น มะละกอ กล้วยสุก ส้ม วันละไม่เกิน 3 กำมือ
  • หมู่ที่ 5 ไขมัน ควรบริโภคไม่เกินวันละ 2 ช้อนโต๊ะ และเลือกกินไขมันที่มาจากพืช เลือกใช้น้ำมันพืชในการปรุงอาหารแทนน้ำมันจากไขมันสัตว์และน้ำมันมะพร้าว

ด้านอาหารที่ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยง ได้แก่

  1. อาหารที่มีรสจัด หวานจัด เค็มจัด เช่น ขนมไทย เค้ก ลูกอม ไอศกรีม ช็อกโกแลต น้ำพริก ส้มตำปู ต้มยำ เป็นต้น
  2. อาหารประเภททอด อาหารฟาสต์ฟู้ด รวมทั้งเนื้อสัตว์ติดมัน หนังสัตว์ ซึ่งมีปริมาณไขมันสูง เช่น ปาท่องโก๋ กล้วยทอด มันทอด หมูสามชั้นทอด เนื่องจากอาหารเหล่านี้ย่อยยาก ทำให้ท้องอืด แน่นท้องได้
  3. อาหารแปรรูปชนิดต่างๆ เช่น อาหารกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไส้กรอก ลูกชิ้น หมูยอ แหนม อาหารที่มีเชื้อจุลินทรีย์ ใช้วัตถุกันเสียและสารเคมีปรุงแต่งสี รสชาติ กลิ่น เพื่อใช้ถนอมอาหาร
  4. อาหารหมักดอง เป็นอาหารที่มีโซเดียมสูงเช่น เต้าหู้ยี้ ผักกาดดอง หน่อไม้ดอง ผลไม้ดองต่างๆ และ
  5. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คาเฟอีน รวมถึงการสูบบุหรี่ นอกจากจะไม่เป็นผลดีต่อร่างกายแล้ว ยังส่งผลไม้ร่างกายอ่อนแอลง และมีโรคภัยต่างๆ ตามมาได้อีก

ทำอย่างไรหากผู้สูงอายุเบื่ออาหาร

ผู้สูงอายุมีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในร่างกาย ซึ่งมีผลกระทบต่อการรับประทานอาหาร เช่น ต่อมรับรสและกลิ่นลดลง หรือเปลี่ยนรสชาติไป ฟันมีปัญหา ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการเบื่ออาหาร รับประทานน้อย หรือบางคนเลือกรับประทาน ดังนั้น การจัดเตรียมอาหารโดยดัดแปลงให้เหมาะสม จะช่วยให้ผู้สูงอายุรับประทานอาหารได้ดีขึ้น และจะช่วยลดปัญหาทางโภชนาการของผู้สูงอายุได้ โดยมีวิธีง่ายๆ ดังนี้

  1. เปลี่ยนรูปแบบอาหารให้รับประทานง่ายขึ้น จากเนื้อสัตว์ที่เป็นชิ้นๆ ก็เปลี่ยนมาเป็นเนื้อสัตว์สับละเอียดหรือเป็นชิ้นเล็กๆ แทน หรือปรุงให้มีลักษณะค่อนข้างเหลว เปื่อยนุ่ม เคี้ยวง่าย กลืนง่าย ไม่ฝืดคอ หลีกเลี่ยงการกินผักสด ให้เปลี่ยนมาเป็นผักต้มแทน ซึ่งย่อยง่ายกว่า
  2. ปรุงรสชาติตามความชอบของแต่ละคน ผู้สูงอายุแต่ละคนจะมีการรับรสชาติที่เปลี่ยนไป รวมทั้งมีความชอบที่ไม่เหมือนกัน บางคนชอบอาหารที่มีรสหวานมากขึ้น บางคนชอบรสขมๆ ทั้งที่ในวัยหนุ่มสาวไม่ชอบ เช่นนั้น รสชาติที่ปรุงควรจะปรับเปลี่ยนไปตามความชอบของแต่ละคน เช่น หวานขึ้นเล็กน้อย จืดลง ไม่ควรเค็มมาก อย่างไรก็ตาม ไม่ควรจัดอาหารที่มีรสจัด หรือมีเครื่องเทศมากให้แก่ผู้สูงอายุเพราะจะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่ายได้
  3. สลับ ปรับเปลี่ยนเมนูให้มีความหลากหลาย เมื่อผู้สูงอายุมีความเบื่ออาหารเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การที่รับประทานอะไรที่เหมือนเดิมบ่อยๆ ก็ยิ่งจะเพิ่มความไม่อยากอาหารมากขึ้น เช่นนั้นต้องเปลี่ยนเมนู เปลี่ยนวัตถุดิบในการนำมาประกอบอาหาร ก่อนมื้ออาหารลองกระตุ้นความอยากอาหารด้วยน้ำขิง น้ำใบเตย หรือน้ำมะตูม
  4. ลดปริมาณอาหารแต่ละมื้อ ลองเปลี่ยนให้กินอาหารมื้อเล็กๆ แบ่งเป็น 4-5 มื้อต่อวัน แทนอาหารจานใหญ่หรือมื้อใหญ่ๆ หรือจัดเวลารับประทานอาหารและของว่างอย่างตรงเวลา วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผู้สูงอายุรับรู้ถึงเวลาอาหาร และอาจจะรับประทานได้มากขึ้น

การปรับเปลี่ยนเมนูอาหารทำได้ไม่ยาก เพียงแค่คอยสังเกตพฤติกรรมของผู้สูงอายุอยู่บ่อยๆ ว่าท่านชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไร และพยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ชอบ ทำแต่อาหารที่ชอบ เพียงเท่านี้ก็ช่วยเพิ่มความอยากอาหาร และช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อร่างกายแล้ว


ภาวะทุพโภชนาการในผู้สูงอายุ

ภาวะทุพโภชนาการ เป็นภาวะที่ร่างกายได้รับสารอาหารหรือพลังงานในปริมาณที่ไม่เหมาะสม โดยครอบคลุมทั้งภาวะโภชนาการต่ำหรือภาวะที่ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่เพียงพอ ซึ่งอาจส่งผลให้มีน้ำหนักตัวน้อยหรือรู้สึกอ่อนเพลียตลอดเวลา

ในผู้สูงอายุมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ สังคม และการมีโรคประจำตัว สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อภาวะโภชนาการของผู้สูงอายุ ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดภาวะทุพโภชนาการได้ง่าย ซึ่งผลกระทบของภาวะทุพโภชนาการในผู้สูงอายุ เช่น เกิดภาวะขาดสารอาหารในผู้สูงอายุ มีความอยากอาหารลดลง น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ง่วงซึม ไข้สูง มีอาการอาเจียนที่ไม่สามารถควบคุมได้ และถ้าเกิดบาดแผลจะหายช้ากว่าปกติ มีจ้ำเลือดขึ้นตามตัวง่าย การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันบกพร่องและเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่างๆ เป็นต้น

คนในครอบครัวหรือผู้ดูแลสามารถที่จะป้องกันไม่ให้เกิดภาวะทุพโภชนาการในผู้สูงอายุได้ ดังนี้

  • จัดเตรียมอาหารให้เลือกรับประทานหลากหลาย และสามารถหยิบรับประทานได้ง่าย ควรเพิ่มมื้อของว่างในช่วงกลางวันระหว่างอาหารมื้อหลัก เพื่อให้ได้รับสารอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้น
  • เพิ่มคุณค่าของอาหารในแต่ละมื้อที่รับประทาน เช่น เพิ่มสัดส่วนของไขมันดี โดยการเติมน้ำมันมะกอกลงในเครื่องปรุงรส ผักสด ธัญพืช และรับประทานอาหารที่ให้พลังงานสูง
  • หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม เพราะจะทำให้ไม่รู้สึกอยากรับประทานอาหารต่อ
  • รับประทานอาหารเสริมเพื่อช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารชนิดต่างๆ ในปริมาณที่เพียงพอ เช่น วิตามิน และเกลือแร่ เป็นต้น
  • หมั่นดูแลรักษาฟันและเงือก รักษาความสะอาด ปากและฟัน ก่อน-หลังอาหาร จัดให้ได้พักก่อนมื้ออาหาร จัดสิ่งแวดล้อมให้สะอาด ผ่อนคลายและสดชื่น

อย่างไรก็ตาม ควรรับประทานอาหารพร้อมหน้ากับคนในครอบครัว หรือเชิญเพื่อนวัยเดียวกันมารับประทานอาหาร อย่าปล่อยให้ผู้สูงอายุรับประทานอาหารคนเดียว และผู้ดูแลต้องประเมินภาวะโภชนาการในผู้สูงอายุอย่างสม่ำเสมอ สำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพใดๆ ที่อาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะทุพโภชนาการ ควรรีบปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทันที




อาหารสำหรับผู้สูงอายุ ตลาดใหม่ที่กำลังโตในประเทศไทย

 

ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2564 ซึ่งนั่นหมายความว่า หลาย ๆ ภาคส่วนเริ่มมีการตื่นตัว และเตรียมความพร้อมกับสัดส่วนของประชากรผู้สูงวัยที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุเช่นกัน ที่เริ่มส่งสัญญาณในเรื่องของการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มนี้โดยเฉพาะ ส่งผลให้ทิศทางของตลาดอาหารเสริมสำหรับผู้สุงอายุมีแนวโน้มเติบโต รวมถึงสินค้าในกลุ่มโภชนาการผู้สูงอายุอื่น ๆ นั้นมีการเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในฐานะผู้รับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ 3C Group จะพาคุณไปทำความรู้จักกับประเภทของอาหารสำหรับผู้สูงอายุที่มีประโยชน์ในด้านต่าง ๆ พร้อมกับแนะนำอาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุที่ตอบโจทย์ในของเรื่องสุขภาพ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับนักลงทุนและสามารถนำ
ไปต่อยอดการทำธุรกิจได้

โภชนาการผู้สูงอายุคืออะไร ? แตกต่างจากโภชนาการของวัยอื่นอย่างไร ?

โภชนาการผู้สูงอายุคือสัดส่วนของอาหารที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป (อ้างอิงโดยข้อมูลจาก WHO) ซึ่งในช่วงวัยนี้ จะเป็นวัยที่สมรรถภาพการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายเริ่มเสื่อมถอย โดยโภชนาการผู้สูงอายุนั้นจะเน้นไปที่การจัดสรรอาหารในแต่ละมื้อให้มีปริมาณพอเหมาะ และให้พลังงานที่ไม่มากจนเกินไป แต่สำหรับคนในช่วงวัย 31-60 ปี จะต้องการพลังการประมาณ 2,100 กิโลแคลอรีต่อวัน ซึ่งในทางตรงกันข้าม ปริมาณพลังงานที่ผู้สูงอายุควรได้รับในแต่ละวันนั้น จะลดลงมาอยู่ที่ 1,200-1,400 กิโลแคลอรีเท่านั้น เพราะเป็นวัยที่ไม่ได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ มากนัก แต่อย่างไรก็ตาม พลังงานเหล่านั้นควรให้สารอาหารสูง ผู้สูงอายุจึงควรเลือกรับประทานอาหารที่มีวิตามินและแร่ธาตุที่ครบถ้วน เพราะเป็นวัยที่มักจะเจอกับปัญหาขาดสารอาหาร เนื่องจากมีความอยากอาหารลดลง

สถาบันสุขภาพทั่วไป จึงแนะนำให้ผู้สูงอายุควรรับประทานผักและผลไม้ทุกวัน โดยเลือกรับประทานเนื้อสัตว์ที่มีความนุ่ม เคี้ยวง่าย อย่างปลาและไก่ เพราะการบดเคี้ยวของคนวัยนี้ อาจไม่ดีเท่าตอนหนุ่มสาว อีกทั้งยังช่วยให้ย่อยง่ายอีกด้วย

สารอาหารที่ผู้สูงอายุควรได้รับในแต่ละวันมีอะไรบ้าง ?

จากข้อมูลของ WHO ได้แสดงให้เห็นว่าโดยปกติผู้สูงอายุไม่ควรได้รับสารอาหารมากกว่าวันละ 1,850 กิโลแคลอรีสำหรับเพศหญิง และไม่เกิน 2,250 กิโลแคลอรีสำหรับเพศชาย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่ทำในแต่ละวันและความต้องการในแต่ละบุคคลด้วย

  • โปรตีน ผู้สูงอายุควรได้รับโปรตีนใกล้เคียงกับช่วงหนุ่มสาว ได้แก่โปรตีน 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทั้งจากพืชและสัตว์
  • ไขมัน เป็นสารอาหารที่ควรระมัดระวัง เพราะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดคอเลสเตอรอลในเลือดสูงกว่าปกติได้ ดังนั้นผู้สูงอายุจึงไม่ควรได้รับไขมันเกินร้อยละ 30 ของพลังงานทั้งหมด
  • คาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุจะต้องไม่เกินร้อยละ 55 จากพลังงานทั้งหมด และควรเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนซึ่งได้มาจากธัญพืชไม่ขัดสี อย่างเช่นโฮลวีทและข้าวกล้อง
  • วิตามินและเกลือแร่ เป็นอีกหนึ่งสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายของผู้สูงอายุ ถ้าหากไม่สามารถจัดหาอาหารที่มีวิตามินครบถ้วนได้ อาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุถือว่าเป็นหนึ่งในตัวช่วยที่สำคัญ

อาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุจาก 3C Group ช่วยเพิ่มสารอาหารให้ผู้สูงอายุได้ทุกวัน

อย่างที่รู้กันว่าโภชนาการผู้สูงอายุนั้นมีความสำคัญอย่างมาก ในการช่วยบำรุงและทำให้ร่างกายของผู้สูงอายุได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วน แต่ด้วยไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน อาจทำให้การรับประทานอาหารตามโภชนาการผู้สูงอายุเป็นไปได้ยากมากยิ่งขึ้น จึงมีตัวช่วยอย่างอาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุที่เข้ามาตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น อย่างที่ 3C Group เราก็มีอาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุที่ให้สารอาหารที่ครอบคลุม ช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรงได้ตามความต้องการ อีกทั้งเรายังเลือกใช้ส่วนผสมจากแหล่งวัตถุดิบชั้นนำระดับโลก จึงมั่นใจได้ว่าส่วนผสมเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับแบรนด์อาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุของท่านได้อย่างแน่นอน

อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน

เพราะระบบภูมิคุ้มกันในผู้สูงอายุนั้นมักจะน้อยลงกว่าเดิม ทำให้เราคิดค้นอาหารเสริมที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้สามารถทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น ด้วยส่วนผสมจาก Beta Glucan, Lentinan (Beta1,3-1,6 glucan), Natural 3D-Triple Helix Shape จากเห็ดชิตาเกะที่ผลิตด้วยกระบวนการหมักที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ปลอดสารเคมี ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเม็ดเลือดขาว ส่งผลให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับไวรัส เชื้อโรคและแบคทีเรียต่าง ๆ ได้ดี อีกทั้งยังช่วยเพิ่มสารอาหารอย่าง Zinc วิตามินเอและกรดอะมิโนให้กับร่างกายอีกด้วย

เสริมวิตามินซี ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร

ในส่วนของวิตามินซีเอง ก็เป็นอีกหนึ่งวิตามินที่มีความสำคัญกับร่างกายไม่แพ้วิตามินอื่น ๆ เลยทีเดียว แต่เนื่องจากร่างกายคนเรานั้นไม่สามารถผลิตหรือสร้างวิตามินซีขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง ทำให้ต้องรับวิตามินซีผ่านการรับประทานเท่านั้น 3C Group มีอาหารเสริมผู้สูงอายุอย่าง C-Fresh ซึ่งเป็นวิตามินซีที่มีความเป็นกรดน้อย ไม่ระคายเคืองกับกระเพาะอาหาร ช่วยบำรุงร่างกายให้ห่างไกลจากหลากหลายโรคและอาการ ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัด ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือดและช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพ ดังนั้น C-Fresh จึงเป็นอีกหนึ่งอาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุ ที่เราแนะนำให้รับประทานควบคู่กับ Immuna หรือรับประทานแยกเพื่อเสริมวิตามินซีให้กับร่างกาย

ดูแลสุขภาพข้อเข่าในผู้สูงอายุได้อย่างมืออาชีพ

หนึ่งในปัญหาด้านสุขภาพที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุก็คือ เรื่องของข้อเข่าและข้อต่อต่าง ๆ ในร่างกาย นั่นก็เพราะว่าเมื่อมีอายุมากขึ้น ร่างกายจะทำการซ่อมแซมกระดูกอ่อนบริเวณข้อได้ไม่ทันกับการเสื่อมของข้อ จึงทำให้ผู้สูงอายุในไทยจำนวนมากพบกับปัญหาข้อเข่าเสื่อมหรืออักเสบ ซึ่งอาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุอย่าง HACP CS จากเรานั้นเป็นหนึ่งในอาหารเสริมที่ช่วยลดอาหารข้อเข่าเสื่อมได้ พร้อมทั้งกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type 2 ให้กับร่างกาย เพิ่มน้ำไขข้อให้มากยิ่งขึ้น ด้วยการกระตุ้นให้ร่างกายสร้าง Hyaluronic acid ช่วยลดแรงกระแทกบริเวณกระดูกข้อต่อได้ดี และช่วยชะลอการแคบลงของช่องว่างบริเวณข้อเข่า มั่นใจได้ว่าปลอดภัย เพราะมีงานวิจัยยืนยันประสิทธิภาพทั้งในระดับ In vitro และระดับ Clinical Study โดยเห็นผลตั้งแต่ 4 สัปดาห์แรกหลังรับประทาน และเห็นผลดีมากยิ่งขึ้นเมื่อรับประทานต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน

ผลิตอาหารสำหรับผู้สูงอายุ ด้วยวัตถุดิบพรีเมียมจากเรา

เรามีความเชี่ยวชาญในการมองหาวัตถุดิบที่ดีที่สุดจากทุกมุมโลก ตามแต่ละช่วงของปี ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าทุกส่วนผสมที่เรานำเข้ามานั้น มีคุณภาพสูง และมีความปลอดภัยอย่างแน่นอน หากท่านกำลังมองหาช่องทางการลงทุนในตลาดอาหารสำหรับผู้สูงอายุ

ท่านสามารถติดต่อเราได้เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้างแบรนด์ การคิดค้นสูตรอาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุที่ท่านต้องการ ตลอดจนไปถึงการช่วงวางแผนการจำหน่าย เพราะเราเป็นบริษัทรับผลิตและนำเข้าวัตถุดิบที่มีความเชี่ยวชาญ ติดต่อเราได้ที่ Line OA คลิ๊ก @3cnutra

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการสอบถามเรื่องการผลิตอาหารเสริม / วัตถุดิบอาหารเสริม / วิจัยอาหารเสริม

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ดูแลสุขภาพหัวใจและตับ